ให้สลาม ... ตามโอวาทศาสดา


 โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

  

 

 

 

 

มีรายงานจากอบูฮุรอยเราะฮฺ ฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทรงมี โอวาทว่า

وَاللهِ  ، لاَ تَدْخُلُوْنَ الْجَنَّةَ حَتَّى تُؤْمِنُوْا وَ لاَ  تُؤْمِنُوْا حَتَّى تَحَابُّوْا ، أَوَ لاَ  أَدُلُّكُمْ  عَلَى شَيْءٍ إِذَا فَعَلْتُمُوْهُ  تَحَابَبْتُمْ  أَفْشُوْا السَّلاَمَ   بَيْنَكُمْ

ขอยืนยันสาบานกับอัลลอฮ์ พวกท่านยังจะไม่ได้เข้าสู่สวรรค์หรอก  จนกว่าพวกท่านจะมีศรัทธา ที่สมบูรณ์เสียก่อน   และแน่นอนพวกท่านยังจะไม่มีศรัทธาที่สมบูรณ์ จนกว่าพวกท่านจะรักใคร่ สามัคคีระหว่างกัน  เราขอแนะนำพวกท่านให้กระทำการอย่างหนึ่ง เมื่อพวกท่านทำแล้วจะช่วยให้พวก ท่านรักใคร่สามัคคีกัน พวกท่านพึงกล่าว สลามทักทายระหว่างกันให้ทั่วถึงเถิด "

(บันทึกโดยมุสลิม ติรมีซียฺ อบูดาวุด อะหมัด) 

คำอธิบาย :

ศาสนาอิสลาม คือศาสนาแห่งสันติภาพและภราดรภาพ เรียกร้องสู่ความสงบสุขแห่งประชาคม เป็นศาสนาที่สอน ให้ทุกคนมีความสามัคคีเพราะสามัคคีคือพลัง สอนให้ทุกคนมีความรักต่อกันเช่นพี่เช่นน้อง เพราะความรักเป็น คุณธรรมพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่ง สอนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยกันประคับประคองสังคม ช่วยกันปกป้อง ดูแลและทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความรักความเข้าใจที่ดีและความสามัคคีในระหว่างสมาชิกในสังคม

แนวคิดสมานฉันท์ ที่กำลังกลายเป็นนโยบายที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ก็ไม่ใช่แนวคิดใหม่ที่เพิ่งจะ มีการค้นพบ หากแต่เป็นแนวคิดและคำสอนที่มีควบคู่มากับอิสลามตั้งแต่ในอดีตแล้ว  แนวคิดสมานฉันท์แบบ อิสลาม คือสมานฉันท์ในทางสร้างสรรค์และอยู่ในกรอบอิสลาม ความรักและความสามัคคีที่ถูกต้องและมีพื้นฐาน ของการยืนหยัดในหลักการและจุดยืนแห่งอิสลาม คือ สิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้แนวคิดสมานฉันท์เป็นรูป ธรรมมาก ขึ้น  อัลลอฮ์ทรงรับสั่งให้มุสลิมทุกคนรักใคร่สามัคคีตามกรอบกติกาของศาสนา ( حبل الله ) โดยพร้อมเพรียงกัน และห้ามทุกคนพิพาทบาดหมางกันและแตกแยกออกจากกรอบกติกาของศาสนา

ท่านรอซูลได้แจ้งให้ทราบในพระวจนะข้างต้นว่า  แท้จริงการกล่าวสลามทักทายกันระหว่างมุสลิมนั้นเป็นสาเหตุ สำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างให้เกิดบรรยากาศแห่งความรักความสามัคคีและมิตรภาพที่ดี  และเหนืออื่น ใดก็คือ ความรักและสามัคคี คือพื้นฐานข้อแรก ๆ ของการศรัทธาที่แรงกล้าและถูกต้อง   ดังนั้นการกล่าวสลามทัก ทายกันระหว่างมุสลิม จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่หลาย คนจะมองข้ามได้  อัสสลามุอะลัยกุมฯ ” คือสัญลักษณ์
แห่งมิตรภาพแบบอิสลามเป็นเสมือนความรักและ ความปรารถนาดีที่หยิบยื่นและมอบให้ผู้อื่นและหากทำด้วย ความบริสุทธิ์ใจและจริงใจ และมิตรภาพที่เกิดขึ้นถือเป็นคุณธรรมและความรักขั้นสูงที่เป็นเงื่อนไขของการศรัทธา ของปัจเจกบุคคลเลยก็ว่าได้

การกล่าวสลามทักทายกันระหว่างมุสลิมทั้งที่รู้จักกันและไม่รู้จักกันนั้น มีประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล อาทิเช่น  

1.การกล่าวสลามเป็นการเปล่งพระนามของอัลลอฮ์

2.การกล่าวสลามเป็นอิบาดะฮ์ศาสนกิจที่ประเสริฐ และเป็นซุนนะฮ์แบบอย่างของท่านรอซูล เมื่อทำแล้วจะได้รับ กุศลสมนาคุณตอบแทนอย่างมากมาย

3.การกล่าวสลามเป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอิสลาม ภาพของมุสลิมสามารถสัมผัสได้ระดับ หนึ่งด้วยการกล่าวสลามและรับสลาม จึงสามารถนำไปใช้เป็นวิธีการตรวจสอบร้านค้าว่าเป็นร้านอิสลามหรือไม่ ได้อีกวิธีหนึ่งด้วย

4.การกล่าวสลามเป็นวิธีการที่ใช้ช่วยลดความตรึงเครียด,ความขัดข้องหมองใจขุ่นเคือง และบาดหมางระหว่าง คนสองคนได้

5.การกล่าวสลามเป็นวิธีเสริมศรัทธาให้เข้มแข็ง

6.การกล่าวสลามสามารถทำได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องออกแรงไม่ต้องใช้กำลัง ไม่ต้องเกร็ง เพียงแค่กระดิก ปลายลิ้นแล้วเปล่งคำว่า السلام عليكم ورحمة الله وبركاته พร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้มมีอัธยาศัย  ตรงกันข้ามกับการ ทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะทำได้ยากกว่า ต้องทำหน้าตาให้แดง ต้องเกร็งแขนเกร็งขา ต้องกำหมัดใส่กัน แยกเขี้ยวใส่กัน ต้องเลือดตกยางออกมีแต่การสูญเสีย  เมื่อคนสองคนบาดหมางกัน คนที่ดีและมีคุณธรรม มากที่สุดคือคนที่เริ่มต้นกล่าวสลามก่อน  คนขี้โมโห ชอบใช้อารมณ์ เอาแต่กำหมัดใส่หน้ากัดย่อมมีแต่สูญเสีย การกำหมัดแล้วประเคนใส่หน้ากันนั้นทำยากกว่าการยื่นมือสลามและยิ้มแย้มให้กันตั้งเยอะ .

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 27 ธันวาคม 55 เวลา 17.30 น.