รอมาฎอน เดือนแห่งการถือศีลอด



โดย  อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

 

เดือนรอมาฎอน ( شَهْرُ رَمَضَانَ ) เป็นเดือนลำดับที่ 9 ของเดือนทางจันทรคติตามปีศักราชอิสลาม อัลลอฮ์ ซุบฮา น่าฮูว่าตะอาลา ทรงกำหนด ให้การเดือนรอมาฎอน เป็นฤดูหรือเทศกาลสำหรับการปฏิบัติศาสนกิจชิ้นสำคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในองคาพยพทั้งห้า ของอิสลาม ( รู่ก่นอิสลาม 5 ประการ ) การถือศิลอดในเดือนรอมาฎอนจึงมีฮุ่ก่ม ทางศาสนาเป็นวาญิบ  อัลลอฮ์ทรงมีรับสั่งว่า

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ

โอ้บรรดาชนผู้มั่นในศรัทธาเอ๋ย การถือศิลอดได้ถูกบัญญัติให้เป็นภารกิจ (ฟัรฏู) ของพวกเจ้าทุกคน เช่นเดียวกับที่ เคยถูกบัญญัติ ให้เป็นภารกิจของชนในยุคอดีตก่อนสมัยพวกเจ้า ด้วยหมายให้พวก เจ้าเกิดความสำรวม (ตักวา)

 (อัลบะกอเราะฮ์ : 183)

     อัลลอฮ์ยังทรงมีรับสั่งอีกว่า

شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِي أُنْزِلَ فِيهِ الْقُرْآَنُ هُدًى لِلنَّاسِ وَبَيِّنَاتٍ مِنَ الْهُدَى وَالْفُرْقَانِ فَمَنْ شَهِدَ مِنْكُمُ الشَّهْرَ فَلْيَصُمْهُ

เดือนรอมาฎอน เป็นเดือนที่ประทานอัลกุรอานลงมาเพื่อเป็นสิ่งชี้นำแด่มวลมนุษย์ชาติ  และเพื่อเป็น หลักฐานแห่ง ทางนำ และการ จำแนกแยกแยะระหว่างดีชั่ว (คือระหว่างความจริงกับความเท็จ) ดังนั้นเมื่อ ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าสู่ เดือนนั้น แล้วเขาจง ถือศิลอด เดือนนั้นเถิด 

(บทอัลบะกอเราะฮ์ : 185)

      ท่านรอซูลุลลอฮ์กล่าวว่า

بُنِيَ اْلإِسْلاَمُ عَلَى خَمْسٍ : ......... وَصَوْمِ رَمَضَانَ ....  إلخ     

ศาสนาอิสลามตั้งมั่นอยู่บนหลักพื้นฐาน 5 ประการ (องคาพยพแห่งอิสลามทั้งห้า) คือ  . . . . .    และ (4) การถือศิลอดใน เดือนรอมาฎอน . . . .

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

นักวิชาการผู้ชำนาญการด้านประวัตินิศาสตร์อิลามส่วนมากระบุตรงกันว่า การถือศลิอดเดือนรอมาฎอนนั้นถูกกำ หนดให้เป็นฟัรฎู (กิจบังคับ) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 เดือนชะอฺบานตรงกับปีฮิจเราะฮ์สักราชที่ 2  นักวิชาการหลายท่าน อธิบายว่า ในอดีตก่อนกำหนด ศิลอดฟัรฎูในเดือนรอมาฎอนนั้น ท่านรอซูลใช้ให้เหล่าสาวกถือศิลอดในวันอา ชูรออฺเพียงวันเดียว (แบบฟัรฎู) ต่อจากนั้นได้ ยกเลิกการถือศิลอดวันอาชูรออฺ (โดยเหลือเพียงแค่เป็นซุนนะฮ์) และให้ถือศิลอดเดือนรอมาฎอนแทน เป็นวาระ ๆ กล่าวคือ แรกที่เดียวที่กำหนดให้ถือศิลอดเดือนรอมาฎอนนั้น ประชาชนมีความรู้สึกว่าเป็นภารกิจที่หนักเอาการ ท่านรอซูลุลลออ์จึงอนุ โลมให้ชั่วระยะหนึ่งสำหรับผู้ที่ยังไม่ พร้อม และไม่ประสงค์ถือศิลอด ให้ไม่ต้องถือศิลอดได้แต่ต้องชำระอาหารเป็นการทดแทน  (คือ เปิดโอกาส ให้เลือกเองว่าจะถือศิลอดหรือไม่ถือ) อัลลอฮ์ทรงมีรับสั่งว่า

وَعَلَى الَّذِينَ يُطِيقُونَهُ فِدْيَةٌ طَعَامُ مِسْكِينٍ

และให้เป็นหน้าที่แก่บรรดาผู้ที่ถือศิลอดด้วยความลำบาก (โดยเลือกที่จะงดการถือศิลอดตามปกติ) ต้อง ชดเชยด้วย การจ่ายอาหาร หนึ่งมื้อแก่ผู้ยากจนหนึ่งคน

( อัลบะกอเราะฮ์ : 184)

 ซึ่งครั้งนี้อัลกุรอานได้เน้นและส่งเสริมให้เลือกการถือศิลอดและระบุว่าการถือศิลอดมีความดีมากว่า อัลลอฮ์ทรง มีรับสั่งว่า

فَمَنْ تَطَوَّعَ خَيْرًا فَهُوَ خَيْرٌ لَهُ وَأَنْ تَصُومُوا خَيْرٌ لَكُمْ

หากแต่ผู้ใดอาสาสมัครใจทำสิ่งที่ดีกว่า  แน่นอนมันย่อมเป็นกุศล (คุณากร)แก่ตัวเขาเอง  และการที่ พวกเจ้าเลือก ถือศิลอด นั้นย่อมเป็นการดีแก่พวกเจ้าเอง

(อัลบะกอเราะฮ์ : 184)

และต่อมาภายหลังเมื่อประชาชนมีความพร้อมและสามารถถือศิลอดได้เป็นปกติแล้ว จึงกำหนดให้ถือศิลอดเพียง ประการเดียว และไม่ อนุโลมให้เลือกปฏิบัติเช่นแต่เดิม อัลลอฮ์ทรงมีรับสั่งอีกครั้งว่า

فَمَنْ شَهِدَ مِنْكُمُ الشَّهْرَ فَلْيَصُمْهُ

ดังนั้นเมื่อผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าสู่เดือนนั้นแล้ว (คือเข้าเดือนรอมาฎอน) เขาจงถือศิลอดเดือนนั้นเถิด  

(อัลบะกอเราะฮ์ : 185)

หลักเกณฑ์การกำหนดเริ่มเข้าเดือนรอมาฎอน

 มาตรฐานการกำหนดเริ่มต้นเดือนรอมาฏอน (และเดือนอื่นๆด้วย) ในระบบอิสลามนั้นให้พิจารณาจากผลการเห็น เดือนฮิลาล (เดือนเสี้ยว ข้างขึ้น) ในค่ำของวันที่ 30 เดือนชะอ์บาน หากไม่ปรากฏว่ามีการเห็นเดือนฮิลาลด้วยสา เหตุทางภูมิอากาศ เช่น ฟ้าปิดเป็นต้นหรืออื่น ๆ ให้ใช้ เกณฑ์การนับเดือนชะอ์บานต่อให้ครบ 30 วัน จากนั้นให้นับ วันต่อมาเป็นวันที่หนึ่งของเดือนรอมา ฎอนเลย นี่คือเกณฑ์มาตรฐานที่นักวิชาการ อิสลามทุกยุคสมัยตั้งแต่ยุค ท่านรอซูลุลลอฮ์,ซอฮาบะฮ์,ตาบิอีนและสลัฟซอและห์ ในยุคสมัยต่อๆมา  

กรณีการเห็นเดือนฮิลาลนั้นให้ถือว่ามีผลต่อการกำหนดเริ่มต้นเดือนรอมาฎอน เมื่อผู้เห็นนั้นเป็นไว้เนื้อเชื่อใจได้ แม้เพียงคน เดียวก็ตาม ซึ่งต่างกับการกำหนดสิ้นเดือนรอมาฎอนและเริ่มเดือนเชาวาล นักวิชาการเห็นชอบเหมือน กันว่าไม่สามารถรับฟังการ เห็นเดือนจากคนเพียง คนเดียวได้ในกรณีสิ้นเดืนรอมาฎอน นอกจากต้องได้รับการ รับรองจากชายที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้อีก 2 คน ร่วมยืนยันการเห็นเดือนฮิลาลสำหรับ เดือนเชาวาล ท่านรอซูลุ ลลอฮ์กล่าวว่า

إِذَا رَأَيْتُمُ الْهِلاَلَ فَصُوْمُوْا

เมื่อพวกท่านเห็นเดือนเสี้ยว พวกท่านจงถือศิลอด

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

صُوْمُوْا لِرُؤْيَتِهِ وَ أَفْطِرُوْا لِرُؤْيَتِهِ فَإِنْ غُبَّيَ عَلَيْكُمْ فَأَكْمِلُوْا عِدَّةَ شَعْبَانَ ثَلاَثِيْنَ يَوْمًا

พวกท่านจงถือศิลอด (เข้าเดือนบวช) เมื่อเห็นเดือน (ฮิลาล) และพวกท่านจงหยุดถือศิลอด (ออกเดือน บวช) เมื่อเห็น เดือน (ฮิลาล)   ดังนั้นหากปรากฏว่ามีเมฆหมอกมาบดบังแก่พวกท่าน (ไม่อยู่ในวิสัยที่จะเห็น ได้) พวกท่านจงนับเดือน ชะอฺบานให้เต็มครบ 30 วัน  

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

      ท่านอับดุลลอฮิบนุอุมันรายงานว่า

تَرَاءَى النَّاسُ الْهِلاَلَ فَأَخْبَرْتُ رَسُوْلَ اللهِ  أَنِّيْ رَأَيْتُهُ فَصَامَ هُوَ وَأَمَرَ النَّاسَ بِصِيَامِهِ

ประชาชนต่างพากันเห็นเดือนเสี้ยวข้าพเจ้าได้รายงานต่อท่านรอซูลุลลอฮ์ด้วยตัวเองว่า ตัวข้าพเจ้า เองก็เห็นเดือน เสี้ยวด้วยเช่นกัน ดังนั้นท่านรอซูลจึงได้ถือศิลอด และมีคำสั่งให้ประชาชนทั่วไป ถือศิลอด 

(บันทึกโดยอาบีดาวู้ด และอัลฮาเก็ม)

 นักวิชาได้กำหนดคุณลักษณะของผู้ยืนยันการเห็นดวงจันทร์หรือเดือนเสี้ยว เพื่อให้มีผลต่อการกำหนดเข้าและ ออกเดือนไว้ว่า ผู้เห็นจะต้อง เป็นมุสลิม,บรรลุศาสนภาวะแล้ว,มีสติสัมปะชัญญสมบูรณ์เยี่ยงปกติชนทั่วไป,และ เป็นผู้ที่มีคำพูดคำจาที่สามารถ ไว้เนื้อเชื่อใจได้ และต้องมีสายตาปกติดีไม่มีปัญหา.  ดังนั้นข่าวการเห็นดวงจันทร์ จึงไม่สามารถรับฟังได้จากบุคคลต่อไปนี้

   (1) เด็กเล็กยังไม่บรรลุศาสนภาวะ แม้จะรู้เดียงสาบ้างแล้วก็ตาม 

   (2) คนบ้า,คนวิกลจริต,คนขาดสติ,คนเมาและผู้ที่มีลักษณะใกล้เคียง  

   (3) คนกาเฟร หรือคนต่างศาสนา  

   (4) คนชั่วที่ชอบโกหกพกลมปลิ้นปล้อนพูดจาไม่อยู่ในร่องในรอยกลับกลอกไปมา   และ

   (5) คนตาบอดหรือมีสายตาไม่ปกติฝ้าฟางไม่สามารถมองเห็นได้เช่นปกติชนทั่วไป

    เมื่อมีการเห็นดวงจันทร์ผู้เห็นด้วยตัวเองต้องถือศิลอดทันที ส่วนผู้ที่รับทราบการยืนยันการเห็นดวงจันทร์ ผู้รับ ทราบการเห็น ต้องถือศิลอดตาม การเห็นนั้นๆทันทีด้วยเช่นกัน โดยไม่ต้องยึดถือเรื่องเขตแดน,ภูมิประเทศ (มัฏละอฺ) หรือการคำนวณตามหลัก ดาราศาสตร์หรืออื่นใดทั้งสิ้น  ทั้งนี้เพราะ ท่านรอซูลลุลลอฮ์กำหนดเกณฑ์ มาตรฐานไว้แล้ว คือ

   (1) ด้วยการเห็นดวงจันทร์ และ

   (2) ด้วยการนับเดือนเก่าให้ครบสำหรับกรณีไม่สามารถมองเห็นดวงจันทร์เท่านั้นไม่อนุญาตให้ยึดถือเกณฑ์อื่น ๆ เช่นเกณฑ์การ คำนวณทาง ดาราศาสตร์เป็นมาตรฐานโดยเด็ดขาด.


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com