เดือนมุฮัรร็อม



โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

เดือนมฮััรร็อม เป็นเดือนลำดับแรกของปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งอีกหนึ่งเดือน เป็นเดือน ที่มีภารกิจที่เป็นซุนนะฮฺให้ปฏิบัติ เป็นเดือนที่ส่งเสริมให้ถือศีลอดให้มาก ๆ เช่นกันเป็นเดือนที่มีวันสำคัญและเป็น 1 ใน 4 เดือนต้องห้ามอีกด้วย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า

إِنَّ عِدَّةَ الشُّهُورِ عِنْدَ اللَّهِ اثْنَا عَشَرَ شَهْرًا فِي كِتَابِ اللَّهِ يَوْمَ خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ مِنْهَا أَرْبَعَةٌ حُرُمٌ

แท้จริงจำนวนเดือน ณ อัลลอฮ์นั้นมีสิบสองเดือน ในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ตั้งแต่วันที่พระองค์ทรงสร้าง บรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินจากเดือนเหล่านั้นมีสี่เดือน ซึ่งเป็นเดือนที่ต้องห้าม...”

(อัตเตาบะฮฺ : 36)

เดือนต้องห้ามทั้ง 4 เดือนคือเดือนอะไรบ้างนั้นก็มีหะดีษได้มาบอกถึง ซึ่งมีรายงานจากท่านอบูบักเราะฮฺว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

السَّنَةُ اثْنَا عَشَرَ شَهْرًا مِنْهَا أَرْبَعَةٌ حُرُمٌ ثَلاَثَةٌ مُتَوَالِيَاتٌ ذُوْ الْقَعْدَةِ وَذُوْ الْحِجَّةِ وَالْمُحَرَّمُ وَرَجَبُ مُضَرَ الَّذِيْ بَيْنَ جَمَادَى وَشَعْبَانَ

"...หนึ่งปีมีสิบสองเดือน ในจำนวนเดือนเหล่านั้นมีสี่เดือนต้องห้าม สามเดือนอยู่ต่อเนื่องกัน นั่นคือ ซุลเกาะดะฮฺ ซุลหิจญะฮฺ และมุหัรร็อม และเดือน เราะญับ ซึ่งอยู่ ระหว่างเดือนญะมาดา และชะอฺบาน "

(บันทึกโดยบุคอรียฺ บทที่ว่าด้วยเรื่องการยืนยันเอกภาพต่ออัลลอฮฺ : 7447 มุสลิม บทที่ว่าด้วยเรื่องเกาะซามะฮฺ : 1679 )

"คำว่า " เดือนต้องห้าม " หมายความว่าห้ามทำการสู้รบ และห้ามการล้างแค้นกันซึ่งมีมาในสมัยญาฮิลิยะฮฺ ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การยุติ การเข่นฆ่ากัน และปลูกฝังการ อิหม่านต่ออัลลอฮฺภายในจิตใจ อันจะทำให้พวกเขาลืมและ ละเลิกประเพณีที่ไม่ดีงาม ซึ่งมีมาแต่เดิมทีละน้อย ทีละน้อย ขณะเดียวกันก็เพื่อจะได้ใช้ช่วงเวลาที่มีความสงบ เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะฮฺ เดินทางไปทำการค้าขายและประกอบอาชีพอื่น ชาวอาหรับจะใช้เดือน ซุลเกาะดะฮฺ เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปประกอบ พิธฮัจญฺและไปค้าขายยังเมืองมักกะฮฺ ใช้เวลาในเดือนซุลฮิจญะฮฺ เพื่อประกอบพิธีฮัจญฺ และซื้อขายสินค้าระหว่างกันและใช้เวลาในเดือนมุหัรร็อม เพื่อเตรียมตัวเดิน ทางกลับ ส่วน การห้ามทำสงคราม ในเดือนเราะญับก็เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวอาหรับเดินทางไปทำอุมเราะฮฺ และหยุดพักผ่อนเพื่อ ทำการค้าขายและประกอบอาชีพ" (อ.มุนีร มูหะหมัด ,วันและเดือนที่สำคัญในอิสลาม)

ส่งเสริมให้ถือศีลอดมาก ๆ ในเดือนมุหัรร็อม

มีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ เล่าว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

أَفْضَلُ الصِّيَامِ بَعْدَ رَمَضَانَ شَهْرُ اللَّهِ الْمُحَرَّمُ وَأَفْضَلُ الصَّلَاةِ بَعْدَ الْفَرِيضَةِ صَلَاةُ اللَّيْلِ

"การถือศีลอดที่ประเสริฐที่สุดหลังจากการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนคือการถือศีลอดในเดือนของ อัลลอฮ ฺคืออัลมุหัรร็อม และการละหมาดที่ประเสริฐที่สุดหลังจากละหมาดฟัรฎูคือละหมาดกิยามุลลัยลฺ"

บันทึกโดยมุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1163) อะบูดาวุด : (2429) ติรมีซีย์ หมวดที่ว่าด้วย เรื่องการละหมาด : (438 , 740) อิบนุมาญะฮ์ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1742) นะซาอีย์ : (1612) อะหมัด , มุสนัด , มุสนัดอะบีฮุร็อยเราะฮ์  : (8013 , 8340 , 8488 , 8515) อิบนุคุซัยมะฮ์ : (1134)

ความประเสริฐของการถือศีลอดวันอาชูรออฺ

ส่งเสริมให้ถือศีลอดในวันอาชูรอ (วันที่ 10 มุฮัรร็อม) บรรดานักวิชาการมีความเห็นพร้องต้องกันว่า การถือศีลอดในวันอาชูรออ์นั้นเป็นซุนนะฮ์ ไม่ใช่วาญิบ (อะบีซะกะรียา อันนะวะวีย์ , ชัรห์เศาะเฮียห์มุสลิม , หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด , เล่ม : (8) , หน้า : (5))

มีรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อับบาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมาเล่าว่า

قَدِمَ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ الْمَدِيْنَةَ فَرَأَى الْيَهُوْدَ تَصُوْمُ يَوْمَ عَاشُوْرَاءَ فَقَالَ مَاهَذَا  قَلُوْا هَذَا يَوْمٌ صَالِحٌ هَذَا يَوْمٌ نَجَّى اللهُ بَنِيْ إِسْرَائِيْلَ مِنْ عَدُوِّهِمْ فَصَامَهُ مُوْسَى قَالَ فَأَنَا أَحَقُّ بِمُوْسَى مِنْكُمْ فَصَامَهُ وَأَمَرَ بِصِيَامِهِ

"เมื่อครั้งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เดินทางถึงนครมะดีนะฮฺ ท่านได้เห็นชาวยะฮูดีย์ถือ ศีลอดในวันอาชูรออฺ ท่านจึงถามว่า "วันนี้คือวัน อะไร?" ชาวยะฮูดีย์ได้ตอบว่า วันนี้เป็นวันที่ดี เป็นวัน ที่อัลลอฮฺทรงทำให้ชาวบนีอิสรออีลรอดพ้นจากศัตรูของพวกเขา (พวกฟิรอูน) ดังนั้นท่านนบีมูซา จึงได้ ถือศีลอดในวันนี้ (เพื่อเป็นการขอบคุณต่อพระองค์อัลอฮฺ) ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวว่า ดังนั้นฉันมีสิทธิ์ในมูซามากกว่าพวกเจ้า แล้วท่านก็ถือศีลอด (ในวันนั้น) และสั่งให้ (ชาวมุสลิม) ถือศีลอด ในวันนั้นด้วย "

บันทึกโดยบุคอรีย์ บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (2004) มุสลิม บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1130) อะบูดาวุด : (2444) อิบนุมาญะฮ์ บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1734)

เช่นเดียวกัน มีรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อับบาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมาเล่าว่า

مَا رَأَيْتُ النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَتَحَرَّى صِيَامَ يَوْمٍ فَضَّلَهُ عَلَى غَيْرِهِ إِلاَّ هَذَا الْيَوْمَ يَوْمَ عَاشُوْرَاءَ وَهَذَا الشَّهْرَ يَعْنِيْ شَهْرَ رَمَضَانَ

"ฉันไม่เคยเห็นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พยายามมุ่งมั่นเจาะจงเพื่อที่จะถือศีลอดในวันใด ๆ ที่จริงจังมากกว่าวันอื่น ๆ นอกจากวันนี้ วันอาชูรออฺ และเดือนนี้ หมายถึง เดือนรอมฎอน"

(บันทึกโดยบุคอรียฺ บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : 2006)

อีกหะดีษบทหนึ่ง มีรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อับบาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมาเล่าว่า

حِينَ صَامَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَوْمَ عَاشُورَاءَ وَأَمَرَ بِصِيَامِهِ قَالُوا يَا رَسُولَ اللَّهِ إِنَّهُ يَوْمٌ تُعَظِّمُهُ الْيَهُودُ وَالنَّصَارَى فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَإِذَا كَانَ الْعَامُ الْمُقْبِلُ إِنْ شَاءَ اللَّهُ صُمْنَا الْيَوْمَ التَّاسِعَ قَالَ فَلَمْ يَأْتِ الْعَامُ الْمُقْبِلُ حَتَّى تُوُفِّيَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ

"ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ถือศีลอดในวันอาชูรออฺ และได้ใช้ให้ถือศีลอดในวันนี้ นั้น บรรดาเศาะหาบะฮฺได้ถามว่า  โอ้ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม วันนี้มิใช่หรือ ที่พวกยะฮูดี และพวกนัศรอนียฺให้ความสำคัญ ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ตอบว่า หากถึงปีหน้า หากอัลลอฮฺทรงมีพระประสงค์ พวกเราก็จะถือศีลอดในวันที่เก้า (เดือนมุหัรรอม) อับดุลลอฮฺได้เล่าว่า ยังไม่ถึงปีหน้า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ก็เสียชีวิตเสียก่อน"

(บันทึกโดยมุสลิม บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : 1134)

อิหม่าม ศ็อนอานีย์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวว่า “ส่วนการถือศีลอดวันอาชูรออ์นั้น คือวันที่ 10 เดือนมุฮัรร็อม ตามทรรศนะของนักวิชาการส่วนใหญ่ทั้งหลาย แท้จริงการถือศีลอดวันอาชูรออ์นั้น เคยป็นบทบัญญัติวาญิบก่อน ที่จะมีการกำหนดฟัรฎูของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งหลังจากนั้นการถือศีลอดในวันอาชูรออฺ จึงเป็นแค่เพียงส่งเสริมให้ปฏิบัติ” (ศ็อนอานีย์ , ซุบูลุสสลาม , หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอดซุนนะฮ์ อธิบายหะดีษที่ : (635))

นักวิชาการผู้ชำนาญการด้านประวัตินิศาสตร์อิลามส่วนมากระบุตรงกันว่า การถือศิลอดเดือนรอมาฎอนนั้นถูกกำ หนดให้เป็นฟัรฎู (กิจบังคับ) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 เดือนชะอฺบานตรงกับปีฮิจเราะฮ์สักราชที่ 2  นักวิชาการหลายท่าน อธิบายว่า ในอดีตก่อนกำหนดศิลอดฟัรฎูในเดือน รอมาฎอนนั้น ท่านรอซูลใช้ให้เหล่าสาวกถือศิลอดในวันอาชู รออฺเพียงวันเดียว (แบบฟัรฎู) ต่อจากนั้นได้ยกเลิกการถือศิลอดวันอาชูรออฺ (โดยเหลือเพียงแค่เป็นซุนนะฮ์) และให้ถือศิลอดเดือนรอมาฎอนแทน ( อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด , บทความเรื่อง รอมฎอน เดือนแห่งการถือศีลอด , www.warasatussunnah.net)

มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า :

كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَمَرَ بِصِيَامِ يَوْمِ عَاشُورَاءَ، فَلَمَّا فُرِضَ رَمَضَانُ كَانَ مَنْ شَاءَ صَامَ وَمَنْ شَاءَ أَفْطَرَ

"ปรากฏว่าท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้สั่งใช้ให้ถือศีลอดในวันอาชูรออ์ แต่เมื่อการถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนได้ถูกบัญญัติเป็นฟัรฎู บุคคลใดต้องการถือศีลอด ในวันอาชูรออ์ก็ให้ถือ บุคคลใดไม่ต้องการถือศีลอดก็ไม่ต้องถือ"

บันทึกโดยบุคอรีย์ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (2001) มุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1125) ติรมีซีย์ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (753) อิบนุมาญะฮ์ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1733) อะหมัด , มุสนัด , ฮะดีษซัยยิดะฮ์อาอิชะฮ์ : (24512 , 26636) มาลิก , มุวัฏเฏาะอ์ , ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด ฮะดีษที่ : (33) ของหมวดที่ 18

ท่านอิหม่าม อัลมุบาร็อกฟูรีย์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายว่า “ปรากฏชัดเจนจากฮะดีษบทนี้ว่าการถือศีลอด ในวันอาชูรออ์นั้นเคยเป็นบทบัญญัติฟัรฎู หลังจากนั้นการถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนได้มายกเลิก”  (อะบีลอุลา อัลมุบาร็อกฟูรีย์ , ตัวห์ฟะตุลอะห์วะซีย์ บิชัรห์ญามิอุตติรมีซีย์ , หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด , เล่ม : (3) , หน้า : (175))

ภาคผลของการถือศีลอดในวันอาชูรออ์

มีรายงานจากอบีเกาะตาดะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

سُئِلَ عَنْ صِيَامِ يَوْمِ عَاشُوْرَاءَ فَقَالَ يُكَفِّرُ السَّنَةَ الْمَاضِيَةَ

"...ถูกถามถึงการถือศีลอดในวันอาชูรออฺ ท่านตอบว่า มันจะลบล้างบาป ในปีที่ผ่านมา"

บันทึกโดยมุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1162) อะบูดาวุด : (2425) นะซาอีย์ : (2382) อิบนุมาญะฮ์ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1713)

ชัยคุล อิสลาม อิบนุตัยมิยะฮ์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า "การลบล้างบาปจากการอาบน้ำละหมาด การละหมาด การถือศีลอดเดือนรอมฎอน การถือศีลอดวันอะรอฟะฮฺ และการถือศีลอดวันอาชูรออฺ จะเกิดขึ้นสำหรับ บาปเล็กเท่านั้น(อิบนุตัยมียะฮ์ , อัล-ฟะตาวา อัล-กุบรอ (เล่ม 5))

ส่งเสริมให้ถือศีลอดวันตาซูอาอฺควบคู่วันอาชูรออฺ

อิหม่ามมาลิก อิหม่ามชาฟิอียฺ และอิหม่ามอะหมัด มีทรรศนะส่งเสริมให้ถือศีลอดทั้งวันที่ 9 และวันที่ 10 เดือน มุหัรร็อม เพื่อจะได้ไม่เหมือนกับพวกยะฮูดียฺที่ถือศีลอดแค่วันที่ 10 เดือนมุหัรร็อมเพียงวันดียว  (อบูมาลิก กะมาล อิบนุ ซัยยิด ซาลิม , เศาะเฮียห์ฮฺฟิกฮุสซุนนะฮ์ , บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอดซุนนะฮ์ เล่ม : (2) หน้า : (121))

มีรายงาน จากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อับบาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมาเล่าว่า

حِينَ صَامَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَوْمَ عَاشُورَاءَ وَأَمَرَ بِصِيَامِهِ قَالُوا يَا رَسُولَ اللَّهِ إِنَّهُ يَوْمٌ تُعَظِّمُهُ الْيَهُودُ وَالنَّصَارَى فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَإِذَا كَانَ الْعَامُ الْمُقْبِلُ إِنْ شَاءَ اللَّهُ صُمْنَا الْيَوْمَ التَّاسِعَ قَالَ فَلَمْ يَأْتِ الْعَامُ الْمُقْبِلُ حَتَّى تُوُفِّيَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ

"ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ถือศีลอดในวันอาชูรออฺ และได้ใช้ให้ถือศีลอดในวันนี้ นั้น บรรดาเศาะหาบะฮฺได้ถามว่า  โอ้ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม วันนี้มิใช่หรือ ที่พวกยะฮูดี และพวกนัศรอนียฺให้ความสำคัญ ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ตอบว่า หากถึงปีหน้า หากอัลลอฮฺทรงมีพระประสงค์ พวกเราก็จะถือศีลอดในวันที่เก้า (เดือนมุหัรรอม) อับดุลลอฮฺได้เล่าว่า ยังไม่ถึงปีหน้า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ก็เสียชีวิตเสียก่อน"

บันทึกโดยมุสลิม บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1134)

และมีรายงานจากท่านอิบนิ อับบาส อีกเช่นกันว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

لَئِنْ بَقِيْتُ إِلَى قَابِلٍ لَأَصُوْمَنَّ التَّاسِعَ

"ถ้าหากฉันมีชีวิตอยู่จนถึงปีหน้า ฉันจะต้องถือศีลอดในวันตาซูอาอฺอย่างแน่นอน"

บันทึกโดยมุสลิม บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอด : (1134) อะบูดาวุด : (2445) อิบนุมาญะฮ์ บทที่ว่าด้วยเรื่องการ ถือศีลอด : (1736) อะหฺมัด , มุสนัด , มุสนัดอับดุลลอฮ์ อิบนุ อับบาส อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ : (1971 , 2107 , 3213)

อิหม่ามอิบนุ ก็อยยิม ได้แบ่งการถือศีลอดในวันอาชูรออฺเป็น 3 อย่าง  ( มูฮัมหมัด ศอเลียะห์ อิบนุ อุษัยมีน , ชัรห์ ริยาฎุศศอลิฮีน , อธิบายหะดีษที่ : (1260) เล่มที่ : (3) หน้า : (266))

1. การถือศีลอดวันอาชูรออฺและวันตาซูอาอฺ (9 มุหัรร็อม) การถือศีลอดในลักษณะนี้ประเสริฐที่สุด

2. การถือศีลอดวันอาชูรออฺและวันที่ 11 มุหัรร็อม

3. การถือศีลอดวันอาชูรออฺวันเดียว นักวิชาการบางท่านถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม สั่งใช้ให้แตกต่างจากชาวยะฮูดีย์ ส่วนนักวิชาการบางท่านถือว่าไม่มีปัญหาในการถือศีลอด วันอาชูรออฺวันเดียว

และมีนักวิชาการบางท่านมีทรรศนะว่า ให้ถือศีลอดวันที่ 11 พร้อมกับวันที่ 9 และ 10 มุหัรร็อมด้วยโดยการอ้าง หลักฐานที่มีรายงานจากท่านอิบนิ อับบาส ว่าความจริงแล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

صُومُوا يَوْمَ عَاشُورَاءَ ، وَخَالِفُوا فِيهِ الْيَهُودَ ، صُومُوا قَبْلَهُ يَوْمًا ، أَوْ بَعْدَهُ يَوْمًا

พวกท่านทั้งหลายจงถือศีลอดวันอาชูรออฺ (วันที่ 10 มุหัรร็อม) และจงทำให้แตกต่างจากพวกยะฮูด โดยที่พวกท่านจงถือศีลอดก่อนมัน (วันอาชูรออฺ) หนึ่งวัน และหลังจากมัน (วันอาชูรออฺ) อีกหนึ่งวัน

หะดีษเฎาะอีฟญิดดัน (หะดีษอ่อนมาก) บันทึกโดยอะหมัด , มุสนัด , มุสนัดอับดุลลอฮ์ อิบนุ อับบาส : (2154) ฮุมัยดีย์ : (485) อิบนุคุซัยมะฮฺ : (2095)

แต่ว่าหะดีษบทนี้อ่อนมาก ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ และไม่ส่งเสริมให้ถือศีลอดในวันที่ 11 มุหัรร็อมอีกด้วย  (อบูมาลิก กะมาล อิบนุ ซัยยิด ซาลิม , เศาะเฮียห์ฟิกฮุสซุนนะฮ์ , บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอดซุนนะฮฺ เล่ม : (2) หน้า : (122))

ความเชื่ออื่น ๆ ในเดือนมุหัรร็อมและวันอาชูรออฺ

   ในเดือนมุหัรร็อมนี้นั้น ยังมีมุสลิมอีกหลายคนที่ยังมีความเชื่อและปฏิบัติสิ่งที่ไม่มีตัวบทหลักฐาน หรือปฏิบัติ ตาม หะดีษที่อุปโลกน์ขึ้นมาหลายเรื่องด้วยกัน

1. การหยุดกิจการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสู่ขอ การนิกาฮฺ การปลูกบ้าน ย้ายบ้าน และอื่น ๆโดยคิดว่า เดือนมุหัรร็อม เป็นเดือนต้องห้าม ซึ่งความจริงแล้ว คำว่า "เดือนต้องห้าม" นั้นก็คือห้ามทำสงครามเท่านั้น ไม่ได้ห้ามกระทำกิจ การอื่น ๆ

2. การทาขอบตาให้ดำในวันอาชูรออฺฺ โดยหะดีษที่ว่า

مَنِ اكْتَحَلَ يَوْمَ عَاشُوْرَاءَ لَمْ يَرْمَدْ مِنْ ذَلِكَ الْعَامِ

"ผู้ใดทาขอบตาให้ดำในวันอาชูรออฺ เขาจะไม่ประสบกับโรคตาแดงในปีนั้น"

(หะดีษเมาฎัวะอฺ ในมัญมัวอฺฟะตะวา อิบนุ บาซ 26/249)

3. การอาบน้ำเนื่องในโอกาสวันอาชูรออฺฺ โดยหะดีษที่ว่า

مَنِ اغْتَسَلَ يَوْمَ عَاشُوْرَاءَ لَمْ يَمْرَضْ ذَلِكَ الْعَامَ

"ผู้ใดอาบน้ำในวันอาชูรออฺ เขาจะไม่ประสบกับโรคภัยไข้เจ็บในปีนั้น"

(หะดีษเมาฎัวะอฺ ในมัญมัวอฺฟะตะวา อิบนุ บาซ 26/249)

4. การเจาะจงทำซ่อดาเกาะฮฺ แก่ลูกหลานในวันอาชูรออฺ โดยหะดีษที่ว่า

مَنْ وَسَّعَ عَلَى أَهْلِهِ يَوْمَ عَاشُوْرَاءَ وَسَّعَ اللهُ عَلَيْهِ سَائِرَ السَّنَةِ

"ผู้ใดเพิ่มความบริบูรณ์ให้แก่สมาชิกในครอบครัวของเขาในวันอาชูรออฺ อัลลอฮฺจะทรงเพิ่มความ บริบูรณ์ให้แก่เขาตลอดทั้งปี"

(หะดีษเมาฎัวะอฺ ในมัญมัวอฺฟะตะวา อิบนุ บาซ 26/249)

หะดีษ 3 รายงานเช่นนี้ ล้วนเป็นการโกหกต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทั้งสิ้น (ชัยคุล อิสลาม อิบนิตัยมิยะฮฺ อัล-ฟะตาวา อัลกุบรอ)

5. การละหมาดในรูปแบบเฉพาะ

مَنْ صَلَّى يَوْمَ عَاشُورَاءَ مَا بَيْنَ الظُّهْرِ وَالْعَصْرِ أَرْبَعَ رَكَعَاتٍ  يَقْرَأُ فِي كُلِّ رَكْعَةٍ بِفَاتِحَةِ الْكِتَابِ مَرَّةً  وَآيَةِ الْكُرْسِيِّ عَشْرَ مَرَّاتٍ  وَقُلْ هُوَ اللَّهُ أَحَدٌ إِحْدَى عَشْرَةَ مَرَّةً  وَالْمُعَوِّذَتَيْنِ خَمْسَ مَرَّاتٍ  فَإِذَا سَلَّمَ اسْتَغْفَرَ اللَّهَ سَبْعِينَ مَرَّةً  أَعْطَاهُ اللَّهُ فِي الْفِرْدَوْسِ قُبَّةً بَيْضَاءَ

"ผู้ใดที่ละหมาดในวันอาชูรออฺในช่วงระหว่างดุฮฺริและอัศริ 4 ร่อกะอะฮฺ โดยที่เขาอ่าน ซูเราะฮฺอัลฟา ติหะฮฺ 1 ครั้ง อ่านอายะฮฺกุรซียฺ 10 ครั้ง อ่านกุลฮุวัลลอฮุอะฮัด 11 ครั้ง และอ่านกุลอะอูซุบิร็อบบิลฟะลัก และกุลอะอูซุบิร็อบบินนาซ 50 ครั้ง เมื่อเขาละหมาดเสร็จก็ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺอี 70 ครั้ง อัลลอฮฺจะ ทรงให้เขาอยู่ในสวรรค์ชั้นสูงสุด"

(หะดีษเมาฎัวะอฺ ในอัลฟะวาอิดุลมัญมูอะฮฺ เชากานียฺ  : 141 ในอัลเมาฎูอะตุลกุบรอ อิบนุเญาซียฺ : 909)

6. การกวนขนมอาซูรอในวันอาชูรออฺ เพื่อรำลึกถึงท่านนบีนัวหฺ ในวันที่อัลลอฮฺทรงทำให้เรือของท่าน ไปจอดที่ ภูเขาญูดีย์ หลังจากนั้นนบีนัวหฺ และคนอื่น ๆ ได้นำ อาหารมารวมกัน ผสมกัน และแบ่งกันรับประทาน ซึ่งความ จริงแล้วไม่ปรากฏว่าท่านนาบีกวนขนม หรือทำอาหารเฉลิมฉลองการรอดปลอดภัยของนบีนูหฺ และหลักฐานที่ กล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันอาชูรอตั้งแต่ยุคนบีอาดัม อิดรีส นูห์ อิบรอฮีม  เกือบทั้งหมดเป็น ประเภท อ่อน กับ ปลอมส่วนการกวนขนมนั้นจะกวนอย่างไร รับประทานอย่างไรนั้น ทำได้ตลอดทุกวัน โดยไม่ได้ เจาะจงเป็นวัน หรือเชื่อเป็นเรื่องของศาสนาแต่อย่างใด

7. การเศร้าโศรกเสียใจ ต่อการเสียชีวิตของท่านฮุเซ็น ที่กัรบะลาอฺ ในวันอาชูรออฺฺ โดยมีการทิ่มแทง ฟันตัวเอง สร้างความเจ็บปวด ร้องโอดครวญ ซึ่งเป็นการกระทำของพวกชีอะฮฺ การทำร้ายร่างกาย ทุบตี ฟันแทง แล้วอ้างว่า เป็นการรำลึกถึงความทรมานที่เกิดขึ้นกับท่านหุเซนหลานของท่านนบี นั้นก็ไม่ปรากฏตัวอย่าง การกระทำของ ซอฮาบะฮ์ เหตุการณ์ที่ท่านหุเซนเสียชีวิตเกิดขึ้นในปีที่ 61 ยังมีซอฮาบะฮ์อีกหลายคนที่มีชีวิตอยู่ แต่ไม่มีใคร แสดงความเสียใจด้วยวิธีการแบบนี้ และทุกคนยังนับว่าการแสดงความเสียใจด้วยการทุบตีร่างกาย เป็นบาปใหญ่ ที่นบีห้าม

8. ทำละหมาดสุหนัตส่งท้ายปีเก่า 2 รอกอะฮฺ ขอดุอาอฺ เสร็จแล้วให้ละหมาดขึ้นปีใหม่มุหัรรอมอีก 2 รอกอะอฮฺ บิดอะฮ์แบบนี้ยังมีแพร่หลาย ตำรายังมีวางขายในท้องตลาด

9. มีการอ่านดุอาอฺในวันสิ้นปีหรือสิ้นเดือนซุลฮิจญะฮฺ 3 จบชัยฏอนจะไม่มารบกวนเขาตลอดทั้งปีี  อัลลอฮฺจะคุ้ม ครองจากภัยบะลอตลอดทั้งปี ใครอ่านต้นปี ต้นมุหัรรอม อัลลอฮฺจะส่งมะลาอิกะฮ์มา 2 ท่านคุ้มครองเขาตลอด ทั้งปี ทั้งหมดนี้ยังมีสอนอยู่ ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีตัวบทรับรอง


หนังสืออ้างอิง

- วันและเดือนที่สำคัญในอิสลาม   โดย อ.มุนีร มูหะหมัด

- ฟัตฮุลบารีย์ บิชัรห์เศาะเฮียห์บุคอรีย์   โดย อิหม่าม อิบนุ ฮะญัร อัลอัสเกาะลานีย์

- ชัรห์เศาะเฮียห์มุสลิม   โดย อิหม่าม อะบูซะกะรียา อันนะวะวีย์

- ตัวห์ฟะตุลอะห์วะซีย์ บิชัรห์ญามิอุตติรมีซีย์ โดย อิหม่าม อัลฮาฟิซ อะบิลอุลา อัลมุบาร็อกฟูรีย์

- ซุนันอิบนุมาญะฮ์   โดย อิหม่าม อิบนุมาญะฮ์

- มุสนัด   โดย อิหม่าม อะหมัด อิบนุ ฮัมบัล

- อัลมุวัฏเฏาะอ์   โดย อิหม่าม มาลิก อิบนุ อะนัส

- ชัรห์ ริยาฎุศศอลิฮีน   โดย  มูฮัมหมัด ศอเลียห์ อิบนุ อุษัยมีน  

- เศาะเฮียห์ฟิกฮุสซุนนะฮ์ วะอะดิลละตุฮู วะเตาเฎียะห์ มะษาฮิบอัลอะอิมมะฮ์   โดย อะบูมาลิก กะมาล อิบนุ ซัยยิด ซาลิม  

- ฟิกฮุสซุนนะฮ์   โดย ซัยยิด ซาบิก

- ซุบูลุสลาม ชัรห์บุลูฆุลมะรอม   โดย มูฮัมหมัด อิบนุ อิสมาอีล อัศศ็อนอานีย์


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 3 พฤศจิกายน 55 เวลา 21.10 น.