กิตาบุตเตาฮีด ตำราการยืนยันเอกภาพต่ออัลลอฮฺ

บทที่ 2 ว่าด้วยความประเสริฐของการยืนยันเอกภาพต่ออัลลอฮฺ และมันคือสิ่งที่จะช่วยลบล้างบรรดาบาปต่าง ๆฺ


 โดย มูฮัมหมัด อิบนุ อับดิลวะฮาบ

แปลโดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตรัสว่า :

الَّذِينَ آَمَنُوا وَلَمْ يَلْبِسُوا إِيمَانَهُمْ بِظُلْمٍ أُولَئِكَ لَهُمُ الْأَمْنُ وَهُمْ مُهْتَدُونَ

บรรดาผู้ซึ่งที่เขาศรัทธา และมิได้นำการศรัทธาของเขาปะปนกับกับความอธรรม (ทำชิริก) ชนเหล่านี้ สำหรับพวกเขาจะได้รับความปลอดภัย และสำหรับพวกเขาคือผุ้ที่ได้รับทางนำ

(อัลอันอาม : 82)

หะดีษที่ (3) – มีรายงานจากท่านอุบาดะฮฺ อิบนุศศอมิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม :

مَنْ شَهِدَ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ ، وَأَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ ، وَأَنَّ عِيسَى عَبْدُ اللَّهِ وَرَسُولُهُ وَكَلِمَتُهُ أَلْقَاهَا إِلَى مَرْيَمَ وَرُوحٌ مِنْهُ وَالْجَنَّةُ حَقٌّ وَالنَّارُ حَقٌّ أَدْخَلَهُ اللَّهُ الْجَنَّةَ عَلَى مَا كَانَ مِنَ الْعَمَلِ

บุคคลใดปฏิญาณตนยืนยันว่า ไม่มีพระเจ้าที่ถูกเคารพอิบาดะฮฺอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียว ไม่มีการตั้งภาคีสำหรับพระองค์ และปฏิญาณยืนยันว่ามูฮัมหมัดคือบ่าวและศาสนฑูตของอัลลอฮฺ และปฏิญาณยืนยันว่า (ท่านนบี) อีซา คือบ่าวและศาสนฑูตของอัลลอฮฺ และคำดำรัสของพระองค์ที่มีต่อ (ท่านหญิง) มัรยัม และวิญญาณจากพระองค์ และยืนยันว่าสวรรค์มีจริง นรกมีจริง อัลลอฮฺจะทรงให้บ่าว เข้าสวรรค์ตามการงานของแต่ละคน

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 3435 มุสลิม : 28)

หะดีษที่ (4) – และบันทึกจากบุคอรียฺ มุสลิม : หะดีษที่รายงานจากท่านอิตบาน ว่า :

فَإِنَّ اللَّهَ حَرَّمَ عَلَى النَّارِ مَنْ قَالَ : لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ يَبْتَغِي بِذَلِكَ وَجْهَ اللَّهِ

ความจริงแล้วอัลลอฮฺทรงห้ามบุคคลที่กล่าวปฏิญาณว่า : ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกกราบไหว้นอกจาก อัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้น โดยการกล่าวนี้เขาปราถนาเพื่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริง

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 425 มุสลิม : 33)

หะดีษที่ (5) – มีรายงานจากอบีสะอี๊ด อัลคุดรียฺ  เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า :

قَالَ مُوسَى : يَا رَبِّ عَلِّمْنِي شَيْئًا أَذْكُرُكَ وَأَدْعُوكَ بِهِ . قَالَ : قُلْ يَا مُوسَى : لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ قَالَ : كُلُّ عِبَادِكَ يَقُولُ هَذَا . قَالَ : يَا مُوسَى لَوْ أَنَّ السَّمَوَاتِ السَّبْعَ وَعَامِرَهُنَّ غَيْرِي وَالأَرَضِينَ السَّبْعَ فِي كِفَّةٍ وَلا إِلَهَ إِلا اللَّهُ فِي كِفَّةٍ مَالَتْ بِهِنَّ لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ

ท่านนบีมูซา กล่าวว่า : โอ้อัลลอฮฺ โปรดทรงสอนข้าพระองค์สิ่งหนึ่ง ที่ข้าพระองค์จะนำไปกล่าวรำลึก ถึงพระองค์ท่าน และใช้วิงวอนขอต่อพระองค์ท่าน ด้วยสิ่งที่สอนนั้น พระองค์ทรงตรัสว่า : โอ้มูซา จงกล่าวว่า : ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่เที่ยงแท้ ที่ถูกกราบไหว้นอกจากอัลลอฮฺองค์เดียว เท่านั้น) มูซา กล่าวว่า : โอ้อัลลอฮฺ ปวงบ่าวของพระองค์ท่านทุกคนกล่าวสิ่งนี้ อัลลอฮฺทรงตรัสว่า : โอ้มูซา หากว่าชั้นฟ้าทั้งเจ็ดและผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้น นอกจากข้า และแผ่นดินทั้งเจ็ด อยู่ในจานตราชั่ง ข้างหนึ่ง และคำว่า ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่เที่ยงแท้ ที่ถูกกราบไหว้นอกจากอัลลอฮฺองค์ เดียวเท่านั้น) อยู่ในจานตราชั่งอีกข้างหนึ่ง คำว่าลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ มันจะทำให้สิ่งดังกล่าวทั้งหมด เอนเอียงได้”  บันทึกโดยอิบนุหิบบาน และฮากิม และบอกว่าคือหะดีษเศาะเหี๊ยะห

(หะดีษนี้เฎาะอีฟ บันทึกโดยอิบนุหิบบาน , เศาะเหี๊ยะหฺอิบนุหิบบาน  : 6218 อัลฮากิม เล่ม 1 หน้า : 710)

หะดีษที่ (6) – และบันทึกจากติรมีซียฺและกล่าวว่าหะดีษนี้หะซัน รายงานจากท่านอนัส ว่า :

سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، يَقُولُ : قَالَ اللَّهُ تَبَارَكَ وَتَعَالَى : يَا ابْنَ آدَمَ لَوْ أَتَيْتَنِي بِقُرَابِ الْأَرْضِ خَطَايَا ثُمَّ لَقِيتَنِي لَا تُشْرِكُ بِي شَيْئًا لَأَتَيْتُكَ بِقُرَابِهَا مَغْفِرَةً

ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า : อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตรัสว่า : โอ้บรรดาลูกหลานอาดัม หากว่าพวกเจ้าได้นำความผิดบาปต่าง ๆ ด้วยปริมาณเต็มเท่าพื้นดินมายังข้า หลังจากนั้นพวกเจ้าก็มาพบกับข้าโดยไม่มีการตั้งภาคีด้วยสิ่งใดต่อข้า แน่นอนข้าจะนำเอาการอภัย โทษบาปต่าง ๆ ด้วยปริมาณเต็มเท่าพื้นดินมายังพวกเจ้า

(บันทึกโดยติรมีซียฺ : 3540)

ประเด็นต่างในบทนี้ :

ประการที่หนึ่ง : ความกว้างใหญ่ไพศาลของความโปรดปรานของอัลลอฮฺ

ประการที่สอง : ผลบุญมากมาย ในการยืนยันเอกภาพต่ออัลลอฮฺ

ประการที่สาม : มีการลบล้างความผิดบาปต่าง ๆ

ประการที่สี่ : อธิบายอายะฮฺ ที่ 82 ที่อยู่ในซูเราะฮฺอันอาม

ประการที่ห้า : การพิจารณาใน 5 ประการต่าง ๆ ในหะดีษของอุบาดะฮฺ

ประการที่หก : เมื่อท่านได้รวบรวม (พิจารณา) ระหว่างหะดีษของอุบาดะฮฺ กับหะดีษของอิตบาน มันจะให้ความ กระจ่างแก่ท่าน ซึ่งความหมายของคำว่า

لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ

“ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่เที่ยงแท้ ที่ถูกกราบไหว้นอกจากอัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้น) “

มันจะให้ความกระจ่างแก่ท่านด้วยจากความผิดพลาดของบรรดาผู้ที่ถูกหลอกหลวง (มนุษย์ส่วนมากมีความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนจากหะดีษที่ว่า : “บุคคลใดที่กล่าวลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ เข้าได้เข้าสวรรค์” ซึ่งพวกเขาคิดว่าคำ กล่าวนี้พอพียงแล้วในการเข้าสวรรค์)

ประการที่เจ็ด : เตือนให้ดูเงื่อนไขในหะดีษของอิตบาน

ประการที่แปด : บรรดาศาสนทูตทั้งหลายนั้นต้องการที่จะเตือนถึงความประเสริฐของคำว่า

لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ

“ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่เที่ยงแท้ ที่ถูกกราบไหว้นอกจากอัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้น) “

ประการที่เก้า : การเตือนให้รู้ถึงความมีน้ำหนักของมัน (คำว่า ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ) ต่อสิ่งสิ่งถูกสร้างทั้งมวล

ประการที่สิบ : ตัวบทที่ว่าความจริงแล้วพื้นดินต่าง ๆ มี 7 ชั้นดังเช่นบรรดาชั้นฟ้า

ประการที่สิบอ็ด : ความจริงแล้วในแต่ละชั้นฟ้านั้นมีผู้อาศัยอยู่

ประการที่สิบสอง : การยืนยันในคุณลักษณะต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มอัชอะรียะฮฺ

ประการที่สิบสาม : ไม่ต้องสงสัยเลยถ้าท่านเข้าใจหะดีษของอนัสแล้ว ท่านก็เข้าใจคำกล่าวขอท่านนบีในหะดีษ ของอิตบาน

فَإِنَّ اللَّهَ حَرَّمَ عَلَى النَّارِ مَنْ قَالَ : لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ يَبْتَغِي بِذَلِكَ وَجْهَ اللَّهِ

ความจริงแล้วอัลลอฮฺทรงห้ามบุคคลที่กล่าวปฏิญาณว่า : ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกกราบไหว้นอกจาก อัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้น โดยการกล่าวนี้เขาปราถนาเพื่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริง

ดังนั้นแล้วการละทิ้งการตั้งภาคีไม่ใช่เฉพาะแค่เพียงการกล่าวคำนี้เท่านั้น

ประการที่สิบสี่ : การพิจารณาการรวมความระหว่าง การเป็นบ่าวและศาสนทูตของอัลลอฮฺ ของอีซา และมุฮัมหมัด

ประการที่สิบห้า : การได้รู้ถึงการเกิดคำดำรัสของอัลลอฮฺที่เฉพาะเจาะจงให้เกิดขึ้นกับนบีอีซาแต่เพียงผู้เดียว

ประการที่สิบหก : การได้รู้ถึงการเกิดนบีอีซาด้วยวิญญาณที่มาจากอัลลอฮฺ

ประการที่สิบเจ็ด : การได้รู้ถึงความประเสริฐในการศรัทธาว่าสวรรค์และนรกนั้นมีจริง

ประการที่สิบแปด : การได้รู้ถึงคำกล่าวของท่านนบีที่ว่า

عَلَى مَا كَانَ مِنَ الْعَمَلِ

ตามการงานของแต่ละคน

ประการที่สิบเก้า : การได้รู้ถึงว่าตราชั่งนั้นมีสองตราชั่ง

ประการที่ยี่สิบ : การได้รู้ถึงการกล่าวถึงพระพักตร์


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 28 ตุลาคม 56 เวลา 08.50 น.