ลักษณะวิธีการละหมาดตามซุนนะฮ์
ตอนที่ 2


 โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

วิธีการและขั้นตอนการละหมาด

1. ยืนตรง ( القِيَامُ ) หันหน้าไปทิศกิบละฮ์ ให้ทั้งสองข้างห่างกันพอประมาณ ตามองพื้นบริเวณสุญูด อยู่ในอาการ สงบนอบน้อมพร้อมละหมาด

2. กล่าวตักบีร ( تَكْبِيْرَةُ الإِحْرَامِ ) เริ่มพิธีละหมาดโดยการกล่าวตักบีรว่า ( اَللهُ أَكْبَرُ ) พร้อมตั้งเจตนาละหมาดเพื่ออัลลอฮ์ การกล่าวตักบีรครั้งนี้เรียกว่า “ตักบีร่อตุ้ลอิหฺรอม” ขณะกล่าวตักบีรให้ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมอไหล่หรือใบหู โดยพยายามให้ฝ่ามือหันตรงไปทิศกิบละฮ์ แล้วลดมือมือลงมากอดอก โดยวางมือขวากำลงบนหลังมือซ้าย หรือข้อมือ หรือแขนซ้ายแล้วทาบมือทั้งสองลงบนอก และบางครั้งก็ให้วางมือขวาบนแขนซ้ายโดยไม้ต้องกำ และการยกมือนั้นอนุญาตให้ยกหลังกล่าวตักบีรหรือก่อนตักบีรก็ได้เป็นบางครั้งเนื่องจากมีรายงานที่ถูกต้อง ยืนยันไว้

การกล่าวตักบีร เป็นการเริ่มเข้าสู่พิธีละหมาด ท่านค่อลีฟะฮ์อาลีและท่านอาบีสะอีดอัลคุดรย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ราย งานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مِفْتَاحُ الصَّلاَةِ الطُّهُورُ وَتَحْرِيمُهَا التَّكْبِيرُ وَتَحْلِيلُهَا التَّسْلِيمُ

กุญแจสู่พิธีละหมาดคือความสะอาด (น้ำละหมาด) การเข้าสู่พิธีคือการตักบีร และการยุติพิธีคือการ กล่าวสลาม

บันทึกโดยอะหมัด,อาบูดาวูด,อัดติรมิซีย์และอิบนุมาญะฮ์์

3. ดุอาอ์อิสติฟตาหฺ ( دعاء الاستفتاح ) หลังกล่าวตักบีรแล้วให้อ่านดุอาอ์อิสติฟตาหฺ (หรืออิฟติตาหฺ) ด้วยบท ดุอาอ์ที่มีรายงานอย่างถูกต้องจากท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ดังต่อไปนี้

3.1 ให้ดุอาอ์ว่า

اللَّهُـمَّ بَاعِدْ بَيْنِيْ وَبَيْنَ خَطَايَايَ كَمَا بَاعَدْتَ بَيْنَ المَشْرِقِ وَالمَغْرِبِ، اللَّهُـمَّ نَقِّنِي مِنْ خَطَايَايَ كَمَا يُنَقَّى الثَّوْبُ الأَبْيَضُ من الدَّنَسِ، اللَّهُـمَّ اغْسِلْني مِنْ خَطَايَايَ بِالثَّلْـجِ وَالمَاءِ وَالبَرَدِ

คำอ่าน ( อัลลอฮุมมะ บาอิด บัยนี วะ บัยนะ เคาะฏอยายา กะมา บาอัดตะ บัยนัล มัชริกิ วัล มัฆริบ, อัลลอฮุมมะ นักกินี มินัล เคาะฏอยาย่า กะมา ยุนักก็อษ เษาบุ้ล อับยะฎุ มินัดดะนัส, อัลลอฮุมมัฆซิลนี มิน เคาะฏอยาย่า บิษ-ษัลญิ วัลมาอิ วัลบะร็อด )

ความหมายโอ้อัลลอฮฺ ขอทรงแยกระหว่างข้าพระองค์และบาปของข้าพระองค์ ให้ห่างไกล เหมือนที่ทรงแยกทิศตะวันออกและทิศตะวันตกให้ห่างจากกัน ขอทรงชำระข้าพระองค์ ให้บริสุทธิ์จากความผิดของข้าพระองค์ เหมือนผ้าขาวที่ถูกชำระจนบริสุทธิ์จากความสกปรก ขอพระองค์ทรงล้างข้าพระองค์จากความผิดทั้งหลายของข้าพระองค์ด้วยหิมะ น้ำ และลูกเห็บ

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

3.2 หรือจะอ่านบทดุอาอ์นี้

سُبْـحَانَكَ اللَّهُـمَّ وَبِـحَـمْدِكَ، وَتَـبَارَكَ اسْمُكَ، وَتعَالَى جَدُّكَ، وَلا إلَـهَ غَيْرُكَ

คำอ่าน ( ซุบหานะกัลลอฮุมมะ วะบิหัมดิก้า วะตะบาเราะกัสมุก้า วะตะอาลาญัดดุก้า วะลาอิลาฮะฆัยรุก้า )

ความหมายมหาบริสุทธ์ยิ่งพระผู้อภิบาลแห่งเรา เราขอสรรเสริญพระองค์ จำเริญยิ่งแล้วพระนาม ของพระองค์ สูงส่งยิ่งแล้วพระบารมีของพระองค์ และไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกแล้วนอกจากพระองค์

บันทึกโดยอาบูดาวูดและอัตติรมิซีย์

3.3 หรือจะอ่านบทดุอาอ์นี้

اللَّهُـمَّ رَبَّ جِبْرَائِيلَ وَمِيكَائِيلَ وَإسْرَافِيلَ، فَاطِرَ السَّمَاوَاتِ وَالأَرْضِ، عَالِـمَ الغَيْبِ وَالشَّهَادَةِ،  أَنْتَ تَـحْكُمُ بَيْنَ عِبَادِكَ فِيْـمَا كَانُوا فِيهِ يَـخْتَلِفُونَ،اهْدِنِي لِـمَا اخْتُلِفَ فِيْـهِ مِنَ الحَقِّ بِإذْنِكَ،إنَّكَ  تَـهْدِي مَنْ تَشَاءُ إلَى صِرَاطٍ مُسْتَقِيمٍ

คำอ่าน ( อัลลอฮุมมะ ร็อบบะ ญิบรีล วะ มีกาอีล วะ อิสรอฟีล, ฟาฏิร็อส สะมาวาติ วัลอัรฎิ, อาลิมัล ฆ็อยบิ วัชชะฮาดะฮฺ, อันตะ ตะห์กุมุ บัยนะ อิบาดิกะ ฟีมา กานู ฟีฮิ ยัคตะลิฟูน, อิฮดินี ลิมัคตุลิฟะฟีฮิ มินัลฮักกิ บิอิซนิก, อินนะกะ ตะฮฺดี มัน ตะชาอุ อิลา ศิรอฏิม มุสตะกีม )

ความหมายโอ้อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าของญิบรีล,มิกาอีลและอิสรอฟีล ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน ผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่เร้นลับและเปิดเผย พระองค์คือผู้ตัดสินระหว่างบ่าวทั้งหลายของพระองค์ในเรื่องที่เกิด ความขัดแย้งขึ้น ขอทรงชี้นำข้าพระองค์สู่ความถูกต้องในเรื่องที่มีการขัดแย้งนั้นด้วยพระอนุมัติแห่ง พระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงชี้นำผู้ที่ทรงประสงค์สู่ทางอันเที่ยงตรง

บันทึกโดยมุสลิม

3.4 หรือจะอ่านบทดุอาอ์นี้

اللهُ أَكْبَرُ كَبِيراً، وَالحَـمْدُ للهِ  كَثِيراً، وَسُبْـحَانَ اللهِ بُكْرَةً وَأَصِيلاً

คำอ่าน ( อัลลอฮุ อักบะรุกะบีรอ, วัลฮัมดุลิลลาฮิกะษีรอ, วะซุบหานัลลอฮิบุกเราะตัน วะอะศีลา )

ความหมายอัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด มวลการสรรเสริญอันมากมายเป็นอภิสิทธิแห่งพระองค์ และทรงบริสุทธิ์ยิ่งทั้งในยามเช้าและยามเย็น

บันทึกโดยมุสลิม

3.5 หรือจะอ่านบทดุอาอ์นี้

الحَـمْدُ للهِ حَـمْداً كَثِيراً طَيِّباً مُبَارَكاً فِيْـه

คำอ่าน ( อัลฮัมดุลิลลาฮิ หัมดันกะษีร็อน ฏ็อยยิบัน มุบาเราะกัน ฟีฮิ )

ความหมายการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ขอสรรเสริญด้วยการสรรเสริญที่มากมาย ดียิ่งและจำเริญยิ่ง

บันทึกโดยมุสลิม

3.6 หรือจะอ่านบทตะวัจญุฮฺก็ได้ คือ

وَجَّهْتُ وَجْهِيَ لِلَّذِيْ فَطَرَ السَّمَاوَاتِ وَاْلأَرْضَ حَنِيْفًا مُسْلِمًا وَمَا أَنَا مِنَ الْمُشْرِكِيْنَ ، إِنَّ صَلاَتِيْ وَنُسُكِيْ وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِيْ للهِ رَبِّ الْعَالَمِيْنَ ، لاَ شَرِيْكَ لَهُ وَبِذَلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَا مِنَ الْمُسْلِمِيْنَ

บทตะวัจญุฮฺนี้บันทึกโดยอะหมัด,มุสลิมและอัดติรมีซีย์ และสมควรอย่างยิ่งที่ผู้ละหมาดจะใช้บทดุอาอ์ต่าง ๆ สลับกันตามสมควรและตามความสามารถในการจดจำ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งซุนนะฮฺรูปแบบของ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการละหมาด

مُؤَخَّرَةُ الرَّحْلِ تَكُوْنُ بَيْنَ يَدَيْ أَحَدِكُمْ ثُمَّ لاَ يَضُرُّهُ مَا مَرَّ عَلَيْهِ

เพียงไม้ขัดเชือกรัดอานท่อนหนึ่งที่วางไว้ด้านหน้าพวกท่าน (ขณะละหมาด) จากนั้นสิ่งที่ผ่านด้าน หน้าเขาจะไม่ กระทบต่อการละหมาดเขาแต่อย่างใด ”    

บันทึกโดยอะหมัด,มุสลิม,อาบูดาวูดและอิบนุมาญะฮ

4. อ่านอัลฟาติหะฮฺและซูเราะฮฺ ( قراءة الفاتحة والسورة   ) หลังจากอ่านดุอาอิสติฟตาห์แล้ว ให้ผู้ละหมาดอ่าน ซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์จนจบต้น และให้กล่าวค่อย ๆ ว่า

أَعُوْذُ بِاللهِ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيْمِ

คำอ่าน ( อะอูซุบิลลาฮิ มินัช ชัยฏอนิร เราะญีม )

ความหมายข้าขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ให้พ้นจากชัยฏอนผู้ถูกสาปแช่ง

หรือกล่าวว่า

أَعُوْذُ بِاللهِ السَّمِيْـعِ العَلِيمِْ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِْمِنْ هَـمْزِهِ، وَنَفْخِهِ وَنَفْثِهِ

คำอ่าน ( อะอูซุบิลลาฮิส สะมีอิล อะลีม, มินัช ชัยฏอนิร เราะญีม, มิน ฮัมซิฮี วะ นัฟคิฮี วะ นัฟษิฮฺ )

ความหมายข้าขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ผู้ทรงได้ยินและรอบรู้ยิ่งให้พ้นจากชัยฏอนผู้ถูกสาป แช่ง จากการกระซิบของมัน การพ่นและเป่ามนตร์ของมัน

บันทึกโดยอาบูดาวูดและอัตติรมิซีย์

หลังจากนั้น ให้กล่าวบิสมิลลาฮ์ ค่อย ๆ ว่า

بِسْمِ اللهِ الرَّحْـمَنِ الرَّحِيْـمِ

คำอ่าน  ( บิสมิลลาฮิร เราะห์มานิร เราะฮีม )

ความหมายด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานียิ่ง

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

การอ่านซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺในละหมาดนั้นเป็นรู่ก่น ผู้ละหมาดจำเป็นต้องอ่าน และต้องอ่านอย่างถูกต้องและ ชัดเจน และหยุด(วักฟฺ)ทีละอายะฮฺ ผู้ที่ละหมาดโดยไม่อ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮฺในละหมาดถือว่าการละหมาด ของเขานั้นใช้ไม่ได้ (ไม่เซาะฮ์) ท่านอุบาดะฮ์อิบนุสศอมิต ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

لاَ صَلاَةَ لِمَنْ لَمْ يَقْرَأْ بِفَاتِحَةِ الْكِتَابِ

ไม่มีการละหมาดที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่ไม่อ่านอัลฟาติฮะฮ์

บันทึกโดยอะหมัด,อัลบุคอรีย์,มุสลิมและอาบูดาวูด

ท่านอาบูฮุร็อยเราะฮฺ  ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَنْ صَلَّى صَلاَةً لَمْ يَقْرَأْ فِيْهَا بِأُمِّ الْقُرْآنِ فَهِىَ خِدَاجٌ هِىَ خِدَاجٌ غَيْرُ تَمَامٍ

ผู้ใดละหมาดครั้งหนึ่งครั้งใดโดยไม่อ่านอุมมุลกุรอาน-คืออัลฟาติฮะฮ์-ในละหมาดนั้นแน่นอนการ ละหมาดนั้นบกพร่อง บกพร่อง ไม่สมบูรณ์

บันทึกโดยมุสลิม

อิหม่ามและผู้ละหมาดคนเดียวจำเป็นต้องอ่านซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺในทุกร็อกอะฮ์ ส่วนผู้ที่ละหมาดเป็นมะอฺมูมนั้น นักวิชาการมีมุมมองและความเข้าใจที่แตกต่างกัน ส่วนหนึ่งเข้าใจว่ามะอฺมูมต้องอ่านอัลฟาติฮะฮ์ในทุกกรณี อีกส่วนหนึ่งเข้าใจว่า ให้มะฮมูมอ่านอัลติฮะฮ์แต่เฉพาะในละหมาดที่อ่านค่อยเช่นละหมาดซุฮรฺและอัศรฺ ส่วนละหมาดที่อิหม่ามต้องอ่านดังเช่นมัฆริบและอิชาอฺนั้น มะอฺมูมไม่ต้องอ่านอัลฟาติฮะฮ์ แต่ให้นิ่งฟังการ อ่านของอิหม่ามด้วยอาการสงบ

และการอ่านซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์นี้นั้น สมควรอ่านที่ละอายะฮ์ ไม่สมควรอ่านต่อเนื่องกันหลาย ๆ อายะฮ์ดังปรากฏ ในรายงานของท่านอิหม่ามอะหมัด จากท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม อ่านซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์หยุดทีละอายะฮ์

كَانَ يُقَطِّعُ قِرَاءَتَهُ آيَةً آيَةً

ท่านรอซูลลุลลอฮ์  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อ่านหยุดทีละอายะฮ์ๆ ดังนี้

และท่านอิหม่ามอัลฮากิมบันทึกในหนังสืออัลมุสตัดร็อกจากท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ไว้อีกว่า

كَانَ يُقَطِّعُ قِرَاءَتَهُ آيَةً آيَةً

ท่านรอซูลลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อ่านหยุดทีละอายะฮ์ๆ อ่านว่า (อัลฮัมดุลิลลาฮิร็อบบิล อาละมีน) แล้วก็หยุด (อัรเราะหฺมานิรร่อฮีม) แล้วก็หยุด


ย้อนกลับ ตอนที่ 1                                                                                                 ถัดไป ตอนที่ 3  

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 8 กันยายน 56 เวลา 12.30 น.